Untitled Document
Sign-in สมาชิก
User name
Password
   


ค้นหาจากรหัส
เกี่ยวกับสมาคม
  ประวัติสมาคม
  คณะกรรมการสมาคม
  คณะกรรมการจรรยาบรรณ
  คณะทำงานยกร่างพรบ.
  จรรยาบรรณนายหน้า
  ขั้นตอนการพิจารณาและ
อนุมัติการสมัครสมาชิกสมาคม
  ข้อบังคับสมาคม
เกี่ยวกับสมาชิกสมาคม
  สมาชิกสามัญ
  สมาชิกวิสามัญ
  สมาชิกสมทบ
อัตราดอกเบี้ยธนาคาร
  ธ. อาคารสงเคราะห์
  ธ. นครหลวงไทย
  ธ. กรุงศรีอยุธยา
  ธ. กรุงเทพ
  ธ. กสิกรไทย
  ธ. กรุงไทย
  ธ. ทหารไทย
  ธ. ไทยพานิชย์
  ธ. UOB รัตนสิน
  ธ. ไทยธนาคาร
     
... ..
ข้อบังคับ สมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์
สมาคมการค้านี้จัดตั้งตามพระราชบัญญัติสมาคมการค้า พ.ศ. 2509
และในการควบคุมดูแลสำนักงานทะเบียนสมาคมการค้าประจำจังหวัดกรุงเทพมหานคร

หมวดที่ 1 บทความทั่วไป
ข้อที่ 1 ชื่อของสมาคมการค้า สมาคมการค้านี้มีชื่อว่า "สมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์"
เขียนชื่อเป็นอักษรภาษาอังกฤษว่า " Real Estate Broker Association"
เรียกชื่อเป็นภาษาอังกฤษว่า "เรียลเอสเตท โบรกเก้อ แอสโซซิเอชั่น " คำว่า "สมาคม"
ต่อไปนี้ในข้อบังคับนี้ให้หมายความถึง "สมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์"
ข้อที่ 2 สำนักงานของสมาคม ตั้งอยู่ ณ เลขที่ 387 ซอยประสาทคอร์ต (สวนพลู 8)
ถนนสาทรใต้ แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพฯ 10120
ข้อที่ 3 สมาคมจะไม่ฝักใฝ่พรรคการเมืองใดๆ และห้ามสมาชิกสนับสนุนพรรคการเมือง
ใดๆ ในนามสมาคม สมาคมอาจจะสนับสนุนหรือคัดค้านพรรคการเมืองเรื่องเกี่ยวกับ
นโยบาย หรือแนวทางปฏิบัติในนามของสมาคมได้ก็ต่อเมื่อได้รับความเห็นชอบจาก
สมาชิกของสมาคมด้วยเสียงส่วนใหญ่จากสมาชิกที่เข้าประชุมไม่น้อยกว่า 25 % ของ
สมาชิกที่มีสิทธิออกเสียงทั้งหมด
ข้อที่ 4

ตราของสมาคม มีเครื่องหมายเป็นรูป ดังนี้

.

หมวดที่ 2 วัตถุที่ประสงค์
ข้อที่ 5 สมาคมนี้มีวัตถุที่ประสงค์ต่อไปน
. (1). ส่งเสริมการประกอบวิสาหกิจประเภทที่เกี่ยวกับ ตัวแทนและนายหน้าอสังหาริมทรัพย์
(2). สนับสนุนและช่วยเหลือสมาชิกแก้ไขอุปสรรคข้อขัดข้องต่าง ๆ รวมทั้งเจรจาทำความตกลงกับบุคคลภาย
นอกเพื่อประโยชน์ร่วมกันในการประกอบวิสาหกิจของสมาชิก สอดส่อง และติดตามความเคลื่อนไหวของตลาดการ
ค้าอสังหาริมทรัพย์ทั้งภายในและภายนอกประเทศ เพื่ออำนวยประโยชน์แก่การประกอบธุรกิจการค้า อุตสาหกรรม
การเงิน หรือเศรษฐกิจ
(3). ประสานความสามัคคีและแลกเปลี่ยนความรู้ ความคิดเห็นซึ่งกันและกัน ในทางวิชาการ ข่าวสารการค้า
ตลอดจนการวิจัยเกี่ยวกับธุรกิจตัวแทนและนายหน้าอสังหาริมทรัพย์
(4). ขอสถิติ หรือเอกสาร หรือขอทราบข้อความใด ๆ จากสมาชิกเกี่ยวกับการดำเนินการธุรกิจตัวแทนและ
(5). ส่งเสริมคุณภาพ ธุรกิจตัวแทนและนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ ที่สมาชิกเป็นผู้แทนจำหน่าย ให้ได้มาตรฐาน
ที่ดี ตลอดจนวิจัยและปรับปรุงระบบนายหน้าตัวแทนให้มีประสิทธิภาพและให้ได้ผลดียิ่งขึ้น
(6). ร่วมมือกับรัฐบาลในการส่งเสริมพัฒนาการด้านตัวแทนและนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ ให้อยู่ในมาตรฐาน
ที่ดี สอดคล้องกับนโยบายของทางราชการ
(7).ทำความตกลงหรือวางระเบียบมาตรฐานการให้บริหารและจรรยาบรรณในการประกอบธุรกิจให้สมาชกปฏิบัติ หรืองดเว้นการปฏิบัติเพื่อให้การประกอบวิสาหกิจของสมาชิกได้ดำเนินการไปด้วยความเรียบร้อย ตลอดจนส่งเสริมให้มีระบบการพิจารณาข้อร้องเรียนทางด้านมารยาทและจรรยาบรรณของสมาชิก พร้อมทั้งมาตรการในการลงโทษผู้ฝ่าฝืน
(8). ส่งเสริมพลานามัย กีฬา และจัดงานบันเทิงเป็นครั้งคราว
(9). ประนีประนอมข้อพิพาทระหว่างสมาชิก หรือระหว่างสมาชิกกับบุคคลภายนอกในการประกอบวิสาหกิจ
(10). ให้ความอนุเคราะห์แก่สมาชิกในด้านสวัสดิการ เท่าที่ไม่เป็นการต้องห้ามตามมาตรา 22 แห่งพระราชบัญญัติ
(11). ผดุงเกียรติวิชาชีพตัวแทนและนายหน้าอสังหาริมทรัพย์

หมวดที่ 3 สมาชิกและสมาชิกภาพ
ข้อที่ 6 ประเภทสมาชิก สมาชิกของสมาคมตัวแทนและนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ แบ่งออกเป็นสี่ประเภท และมีคุณสมบัติดังนี้ คือ
.. (1) . สมาชิกสามัญ ได้แก่ นิติบุคคลที่ประกอบธุรกิจในการเป็นตัวแทนและนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ซึ่งได้
จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย และจะได้รับบัตรประจำตัวสมาชิก เมื่อสมาคมได้อนุมัติให้เป็นสมาชิกเรียบร้อยแล้ว
สมาชิกสามัญ จะได้รับบัตรประจำตัวประเภท "ใบรับรองสมาชิกสามัญ-นายหน้า" เมื่อมีคุณสมบัติ
และปฏิบัติตามเงื่อนไขของระเบียบสมาคมที่ได้ประกาศให้สมาชิกทราบโดยทั่วกันแล้ว
สมาชิกสามัญ ซึ่งมีคณะกรรมการบริหารบริษัทมากกว่า 1 คน ซึ่งได้จดทะเบียนไว้ในหนังสือรับรองของ
นิติบุคคลนั้น หากมีความประสงค์จะขอบัตรประจำตัวประเภท "ใบรับรองสมาชิกสามัญ-นายหน้า ซึ่งผู้นั้นมีคุณสมบัติและได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขของสมาคมฯ ก็สามารถกระทำได้โดยยื่นคำขอและเสียค่าบำรุงสมาคมฯ เป็นรายปี ตามที่ประกาศในระเบียบของสมาคมฯ
(2). สมาชิกสมทบ ได้แก่ บุคคลธรรมดาที่ประกอบธุรกิจในการเป็นตัวแทนและนายหน้าอสังหาริมทรัพย์
ในความรับผิดชอบของสมาชิกสามัญ และจะได้รับบัตรประจำตัวสมาชิก เมื่อสมาคมได้อนุมัติให้เป็นสมาชิกแล้ว
สมาชิกสมทบจะได้รับบัตรประจำตัวประเภท "ใบรับรองสมาชิกสมทบ-พนักงานขาย" เมื่อมีคุณสมบัติและ
ปฏิบัติตามเงื่อนไขของระเบียนสมาคมฯ ที่ได้ประกาศให้สมาชิกทราบโดยทั่วกันแล้ว
(3). สมาชิกวิสามัญ ได้แก่ บุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคลที่ประกอบธุรกิจอันอาจเกี่ยวเนื่องกับ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์
และจะได้รับบัตรประจำตัวสมาชิก เมื่อสมาคมได้อนุมัติให้เป็นสมาชิกเรียบร้อยแล้ว
(4). สมาชิกกิตติมศักดิ์ ได้แก่ บุคคลซึ่งคณะกรรมการเห็นว่าเป็นผู้ทรงคุณวุฒิหรือเป็นผู้ที่มีอุปการะคุณแก่
สมาคม ซึ่งคณะกรรมการมีมติให้เข้าเป็นสมาชิก และผู้นั้นตอบรับคำเชิญ
ข้อที่ 7 คุณสมบัติของสมาชิก สมาชิกของสมาคมตัวแทนและนายหน้าอสังหาริมทรัพย์นอกจากคุณสมบัติตามข้อ 6
แล้วยังต้องประกอบด้วยคุณสมบัติดังต่อไปนี้ คือ
..
(1). ในกรณีที่เป็นบุคคลธรรมดา
.. 1. เป็นผู้บรรลุนิติภาวะแล้ว
2. ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย บุคคลไร้ความสามารถ หรือบุคคลเสมือนไร้ความสามารถ
3. ไม่เคยเป็นบุคคลที่เคยต้องโทษจำคุกพิพากษาถึงที่สุดของศาลมาก่อนเว้นแต่ความผิดลหุโทษ
หรือความผิดซึ่งกระทำโดยประมาท
4. ไม่เป็นโรคอันพึงรังเกียจแก่สังคม
5. เป็นผู้มีฐานะมั่นคงพอสมควร
6. เป็นผู้มีความประพฤติเรียบร้อย
(2). ในกรณีที่เป็นนิติบุคคล
.. 1. ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
2. มีฐานะมั่นคงพอสมควรให้นำความในข้อ 7 (1) มาใช้บังคับแก่คุณสมบัติของผู้แทนนิติบุคคลที่ได้รับแต่งตั้ง ให้มีอำนาจกระทำการแทนนิติบุคคลที่เป็นสมาชิกตามข้อ 10 ด้วย
ข้อที่ 8 การสมัครเข้าเป็นสมาชิก ผู้ที่ประสงค์จะสมัครเข้าเป็นสมาชิกสามัญ หรือสมาชิกวิสามัญของสมาคมจะต้อง
ยื่นความจำนงต่อเลขาธิการ หรือกรรมการผู้ทำหน้าที่แทนเลขาธิการตามแบบพิมพ์ที่สมาคมได้กำหนดไว้ โดยมีสมาชิกสามัญเป็นผู้รับรองอย่างน้อยสองคน
ข้อที่ 9 การพิจารณาคำขอสมัครเข้าเป็นสมาชิก ให้เลขาธิการ หรือกรรมการผู้ทำหน้าที่แทนเลขาธิการนำใบสมัคร
เสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการในคราวต่อไปครั้งแรกหลังจากที่ได้รับใบสมัคร เมื่อคณะกรรมการมีมติให้รับหรือ
ไม่รับผู้ใดเข้าเป็นสมาชิก ให้เลขาธิการ มีหนังสือแจ้งให้ผู้นั้นทราบภายในเจ็ดวัน นับแต่วันลงมติ
ข้อที่ 10 วันเริ่มสมาชิกภาพ สมาชิกภาพเริ่มตั้งแต่วันที่ผู้สมัครได้ชำระค่าลงทะเบียนเข้าเป็นสมาชิก และค่าบำรุง
ประจำปีของสมาคม และคณะกรรมการมีมติรับเป็นสมาชิกเรียบร้อยแล้ว
ข้อที่ 11 สมาชิกที่เป็นนิติบุคคล ต้องแต่งตั้งผู้แทนซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาที่มีอำนาจกระทำกิจการแทนนิติบุคคลนั้น
ได้ไม่เกินสองคน เพื่อปฏิบัติการในหน้าที่ และใช้สิทธิแทนนิติบุคคลนั้นได้ เพียงเท่าที่สมาชิกบุคคลธรรมดาประเภท
เดียวกันนั้นจะพึงมี ในการนี้ ผู้แทนจะมอบหมายให้บุคคลอื่นกระทำการแทน หรือแต่งตั้งตัวแทนช่วงได้โดยแจ้งให้
เลขาธิการทราบเป็นลายลักษณ์อักษรก่อนการประชุม หรือกระทำการในหน้าที่นั้น ๆ บุคคลเดียวกันจะเป็นผู้แทนที่มี
อำนาจกระทำการแทนสมาชิกเกินหนึ่งรายมิได้
ข้อที่ 12 การขาดจากสมาชิกภาพ สมาชิกภาพย่อมสิ้นสุดลง ในกรณีดังต่อไปนี้
..
.. (1). ตาย หรือสิ้นสภาพนิติบุคคล
(2). ขาดคุณสมบัติตามข้อ 6
(3). ลาออก โดยยื่นหนังสือลาออกต่อคณะกรรมการ และคณะกรรมการเห็นชอบ
(4). ต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้เป็นบุคคลล้มละลาย
(5). ถูกศาลสั่งให้เป็นบุคคลไร้ความสามารถ หรือบุคคลเสมือนไร้ความสามารถ
(6). ต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษจำคุก เว้นแต่เป็นความผิดลหุโทษหรือความผิดที่อัตราโทษไม่สูงกว่า
ความผิดลหุโทษ หรือความผิดที่ได้กระทำ โดยประมาท
(7). คณะกรรมการลงมติให้ลบชื่อออกจากทะเบียนสมาชิก โดยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสามในสี่ของจำนวน
กรรมการทั้งหมด ด้วยเหตุหนึ่งเหตุใดดังต่อไปนี้ : -
1. กระทำการใด ๆ ที่ทำให้สมาคมเสื่อมเสียชื่อเสียงโดยเจตนา
2. กระทำการละเมิดข้อบังคับโดยเจตนา
3. ไม่ชำระเงินค่าบำรุงประจำปี และได้รับใบเตือนจากเจ้าหน้าที่ครบสามสิบวันแล้ว

(8). กรณีสมาชิก ไม่ชำระเงินค่าบำรุงประจำปีและได้รับหนังสือเตือนจากสมาคมฯ แล้ว จะต้องมาชำระ
ภายใน 30 วัน นับจากวันสมาชิกภาพหมดอายุ หากไม่ชำระภายในกำหนดระยะเวลาดังกล่าว สมาคมฯ อาจพิจารณาให้พักอายุสมาชิกภาพของบุคคลดังกล่าวหากสมาชิกเช่นว่านั้น เพื่อให้โอกาสมาชำระค่าบำรุงประจำปีภายใน 90 วัน
นับจากสมาชิกภาพหมดอายุ โดยเสียค่าปรับ 500 บาท ก็ให้ถือว่ามีการต่ออายุสมาชิกภาพนับจากวันที่ขาดอายุเป็น
ต้นไป หากสมาชิกดังกล่าวไม่ชำระค่าบำรุงรายปีภายในระยะเวลาที่กำหนดก็ให้ถือว่าขาดสมาชิกภาพนับจากวันที่
พักสมาชิกภาพเป็นต้นไป
นับจากวันพักสมาชิกภาพ สิทธิและหน้าที่ต่าง ๆ ของสมาชิกดังกล่าวเป็นอันสะดุดหยุดลงชั่วคราว
ข้อที่ 13 ทะเบียนสมาชิก ให้นายทะเบียนจัดทำทะเบียนสมาชิกเก็บไว้ ณ สำนักงานของสมาคม โดยอย่างน้อยให้มี
รายการดังต่อไปนี้ : -
.
.. 1. ชื่อและสัญชาติของสมาชิก
2. ชื่อที่ใช้ในการประกอบวิสาหกิจและประเภทของวิสาหกิจ
3. ที่ตั้งสำนักงานของสมาชิก
4. วันที่เข้าเป็นสมาชิก
.

หมวดที่ 4 สิทธิและหน้าที่ของสมาชิก
ข้อที่ 14 สิทธิของสมาชิก
.
.. (1) . ได้รับความช่วยเหลือและการสงเคราะห์ในเรื่องที่เกี่ยวกับกิจการอันอยู่ในวัตถุประสงค์ของสมาคม
จากสมาคมเท่าที่จะอำนวยได้
(2). เสนอความคิดเห็นหรือให้คำแนะนำต่อสมาคม หรือคณะกรรมารในเรื่องใด ๆ อันอยู่ในวัตถุที่
ประสงค์ของสมาคม เพื่อนำมาซึ่งความเจริญรุ่งเรืองของสมาคม
(3) . ขอตรวจสอบกิจการและทรัพย์สินของสมาคมได้ โดยทำเป็นหนังสือยื่นต่อเลขาธิการ หรือกรรมการ
ผู้ทำหน้าที่แทนเลขาธิการ
(4) . เข้าร่วมประชุมอภิปรายแสดงความคิดเห็นซักถามกรรมการเสนอญัตติในการประชุมใหญ่สมาชิก
(5). มีสิทธิประดับเครื่องหมายของสมาคม
(6). สมาชิกสามัญเท่านั้นมีสิทธิในการออกเสียงลงคะแนนในที่ประชุมใหญ่และมีสิทธิได้รับเลือกตั้ง
เป็นกรรมการ
(7) . สมาชิกตลอดชีพ จะมีได้ก็แต่เพียงสมาชิกตลอดชีพประเภทสามัญเท่านั้น และการขอใช้สิทธิสมัคร
เป็นสมาชิกสามัญประเภทดังกล่าว ผู้สมัครจะต้องเป็นสมาชิกสามัญประเภทรายปีมาแล้วไม่น้อยกว่า 1 ปี
ข้อที่ 15 หน้าที่ของสมาชิก
.
.. (1). ต้องปฏิบัติตามข้อบังคับของสมาคม ระเบียบ ข้อบังคับกฎและจรรยาบรรณ ของมติของที่ประชุมใหญ่
มติของคณะกรรมการและหน้าที่ซึ่งตนได้รับมอบหมายจากสมาคมด้วยความซื่อสัตย์โดยเคร่งครัด
(2) . ดำรงรักษาเกียรติและผลประโยชน์ส่วนได้ส่วนเสียของสมาคม ตลอดจนต้องรักษาความลับในข้อ
ประชุมหรือวิธีการของสมาคมโดยเด็ดขาด
(3) . ต้องรักษาไว้ซึ่งความสามัคคีธรรมระหว่างสมาชิกและปฏิบัติกิจจากการค้าในทำนองช่วยเหลือกัน
ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต
(4) . ชำระค่าบำรุงให้แก่สมาคมตามกำหนด
(5) . สมาชิกผู้ใดเปลี่ยน ชื่อ ชื่อสกุล สัญชาติ ย้ายที่อยู่ ย้ายที่ตั้งสำนักงาน เปลี่ยนแปลงประเภทวิสาหกิจ
หรือเปลี่ยนผู้แทน นิติบุคคล จะต้องแจ้งให้เลขาธิการทราบเป็นหนังสือภายในกำหนดเวลาเจ็ดวัน
นับแต่เปลี่ยนแปลง
(6) . สมาชิกสามัญ มีหน้าที่จัดให้ผู้ร่วมงานประจำทุกคนที่ทำหน้าที่ ตัวแทนและนายหน้าธุรกิจการค้า
อสังหาริมทรัพย์ สมัครเข้าเป็นสมาชิกสมทบในเวลาอันสมควร
(7) . สมาชิกสามัญรายใหม่ ที่ได้รับการอนุมัติเป็นสมาชิกสมาคมฯ ต้องเข้าแนะนำตัวและทำความรู้จักกับ
คณะกรรมการสมาคมฯ ในที่ประชุมคณะกรรมการอย่างน้อย 1 ครั้ง
(8) . สมาชิกสามัญรายใหม่ ที่ได้รับการอนุมัติเป็นสมาชิกสมาคมฯ ต้องเข้าแนะนำตัวและทำความรู้จักกับ
คณะกรรมการสมาคมฯ ในที่ประชุมคณะกรรมการอย่างน้อย 1 ครั้ง
(9) . สมาชิกสามัญ มีสิทธิ์เข้าประชุมกับคณะกรรมการสมาคมฯ ในฐานะผู้สังเกตการณ์ตามคำเชิญของ
นายกสมาคมฯ และคณะกรรมการสมาคมฯ
.

หมวดที่ 5 ค่าลงทะเบียนเข้าเป็นสมาชิก และค่าบำรุงสมาคม
ข้อที่ 16 ค่าลงทะเบียนเข้าเป็นสมาชิกและค่าบำรุงสมาคม
.
.. 1) สมาชิกสามัญจะต้องชำระค่าลงทะเบียน บาท ( 500 )
และค่าบำรุงสมาคมเป็นรายปี ๆ ละ บาท ( 2,000 )
(2) สมาชิกสมทบจะต้องชำระค่าลงทะเบียน บาท ( 500 )
และค่าบำรุงสมาคมเป็นรายปี ๆ ละ บาท ( 300 )
(3) สมาชิกวิสามัญจะต้องชำระค่าลงทะเบียน บาท ( 500 )
และค่าบำรุงสมาคมเป็นรายปี ๆ ละ บาท ( 1,000 )
(4) สมาชิกกิตติมศักดิ์ไม่ต้องชำระค่าลงทะเบียน หรือค่าบำรุงอย่างใดทั้งสิ้น
(5) ค่าบำรุงสมาคมฯ บาท ( 20,000 )
ข้อที่ 17 ค่าบำรุงพิเศษ สมาคมอาจเรียกเก็บค่าบำรุงพิเศษจำนวนเท่าใดจากสมาชิกได้เป็นครั้งคราว โดยที่ประชุมใหญ่ลงมติด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสามในสี่ของจำนวนสมาชิกสามัญที่มาประชุมทั้งหมด
.

หมวดที่ 6 คณะกรรมการของสมาคม
ข้อที่ 18 ให้มีคณะกรรมการขึ้นคณะหนึ่งเป็นผู้บริหารงานให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของสมาคม และเป็นผู้แทน
ของสมาคมในกิจการอันเกี่ยวกับบุคคลภายนอก ประกอบด้วยสมาชิกสามัญ ซึ่งได้รับเลือกตั้งจากที่ประชุมใหญ่มี
จำนวนไม่น้อยกว่าห้าคน และไม่เกินยี่สิบห้าคน
.
.. คุณสมบัติของผู้ที่จะสมัครเข้าเป็นกรรมการของสมาคมฯ
(1) . เป็นสมาชิกของสมาคมแล้วอย่างน้อยหนึ่งปี หรือได้รับอนุมัติจากที่ประชุมของคณะกรรมการบริหาร
ด้วยเสียงสามในสี่ขององค์ประชุม
(2) . ให้นายกสมาคมฯ ที่หมดวาระในการดำรงตำแหน่งมีสิทธิเลือกที่จะดำรงตำแหน่งกรรมการบริหาร
หรือกรรมการที่ปรึกษาในปีที่พ้นตำแหน่งไปโดยไม่ต้องมีการคัดเลือก และในกรณีที่เลือกเป็นกรรมการ
ที่ปรึกษานั้นจะต้องทำเป็นหนังสือแสดงความจำนงส่งไปยังนายกสมาคมฯ เพื่อให้ทำการแต่งตั้งและให้มี
ผลนับแต่นายกสมาคมฯได้รับหนังสือนั้น แต่กรรมการที่ปรึกษาจะมีหน้าที่เพียงให้คำปรึกษาและมีสิทธิ
เข้าร่วมประชุมกรรมการบริหาร แต่หามีสิทธิในการลงมติอย่างกรรมการบริหาร และหากต่อมาภายหลัง
หากประสงค์ที่จะสมัครรับเลือกตั้งเป็นกรรมการบริหารก็ต้องลาออกจากตำแหน่งดังกล่าวนี้เสียก่อนโดย
การทำเป็นหนังสือส่งถึงนายกสมาคมฯ เช่นกัน
เว้นแต่ที่ประชุมใหญ่ครั้งนั้น ๆ จะมีมติเป็นอย่างอื่น การเลือกตั้งกรรมการให้กระทำด้วยวิธีลงคะแนนลับ
โดยให้สมาชิกสามัญหรือสมาชิกวิสามัญ เสนอชื่อของสมาชิกสามัญซึ่งตนประสงค์จะให้เข้าสมัครรับเลือกตั้งเป็นกรรม
การต่อที่ประชุมใหญ่ โดยมีสมาชิกสามัญอื่นรองรับไม่น้อยกว่าสองคน แล้วให้มีประชุมใหญ่ลงมติเลือกตั้ง ให้ผู้ได้รับคะแนนสูงตามลำดับได้เป็นกรรมการตามจำนวนที่กำหนดไว้ในวรรคแรก และตามมติที่ประชุมใหญ่ครั้งนั้น ๆ ถ้ามีผู้ได้คะแนนเท่ากันในลำดับสุดท้ายที่จะได้เป็นกรรมการคราวนั้น ให้ที่ประชุมใหญ่ลงมติใหม่เฉพาะผู้ที่ได้คะแนนเท่ากัน หากปรากฏว่าได้คะแนนเท่ากันอีกให้ใช้วิธีจับสลาก
ให้คณะกรรมการเลือกตั้งกันเองเพื่อดำรงตำแหน่งนายกสมาคมหนึ่งคน อุปนายกสองคน เลขาธิการ
เหรัญญิก นายทะเบียน ปฏิคม ประชาสัมพันธ์ ตำแหน่งละหนึ่งคน และตำแหน่งอื่น ๆ ตามความเหมาะสมด้วย
ความเห็นชอบของคณะกรรมการที่จะได้กำหนดหน้าที่ตามที่เห็นสมควร
คณะกรรมการของสมาคม อยู่ในตำแหน่งกรรมการได้คราวละสองปีภายใต้ข้อบังคับของมาตรา 19 และ
33 แห่งพระราชบัญญัติสมาคมการค้า พ.ศ. 2509 กรรมการพ้นจากตำแหน่งกรรมการไปแล้ว อาจได้รับการเลือกตั้งหรือแต่งตั้งเป็นกรรมการอีกก็ได้สมาชิกผู้หนึ่งผู้ใดจะได้รับเลือกตั้งให้ดำรงตำแหน่งนายกสมาคมฯ เกินกว่าสองคราว
ติดต่อกันมิได้
ข้อที่ 19 การพ้นจากตำแหน่งกรรมการ กรรมการย่อมพ้นจากตำแหน่งในกรณีดังต่อไปนี้
.
.. (1) .ครบกำหนดออกตามวาระ
(2) . ลาออกโดยคณะกรรมการได้ลงมติอนุมัติแล้ว เว้นแต่การลาออกเฉพาะตำแหน่ง
(3). ขาดจากสมาชิกภาพ
(4). ที่ประชุมใหญ่มีมติให้ถอดถอนออกจากการเป็นกรรมการ
(5). เมื่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์สั่งให้ออกตามมาตรา 33 แห่งพระราชบัญญัติสมาคมการค้า
พ.ศ. 2509
(6). ต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติสมาคมการค้า พ.ศ. 2509
(7) . ขาดประชุมคณะกรรมการ 2 ครั้ง ติดต่อกัน โดยไม่มีเหตุผลอันสมควร
ในกรณีที่กรรมการขาดประชุมตามความใน วรรคที่ 1 ข้างต้นแต่ได้แต่งตั้งผู้แทนเข้าร่วมประชุม หาก
ด้วยมติเสียงข้างมากขององค์ประชุมกรรมการลงมติรับรองฐานะของผู้ได้รับการแต่งตั้งนั้นและบันทึกในรายงานการ
ประชุมให้ถือว่ากรรมการผู้ไม่มาประชุมด้วยตนเองนั้นไม่ขาดประชุมในนัดดังกล่าว
การแต่งตั้งผู้แทนให้ร่วมประชุมต้องทำตามแบบของสมาคมฯ โดยทำเป็นหนังสือมอบอำนาจ และผู้มอบ
อำนาจจะมอบหมายผู้ได้ให้เข้าประชุมแทนจะต้อง :-
. มีเหตุสุดวิสัยหรือมีความจำเป็นอันมิอาจก้าวล่วง
. กลั่นกรองว่าผู้เข้าประชุมแทนจะต้องเป็นผู้มีความสามารถเทียบเคียงได้กับตัวการผู้แต่งตั้งในการทำ
หน้าที่เฉพาะคราวนั้น ๆ
(8) . เมื่อสมาชิกตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป หรือกรรมการตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป เข้าชื่อร้องเรียนเป็นหนังสือให้คณะ
กรรมการพิจารณาเป็นการฉุกเฉินโดยไม่อาจรอให้มีการประชุมใหญ่ตามข้อที่ 19 (4) และเพื่อยับยั้ง
ความเสียหายมิให้เกิดต่อไปอีก โดยข้อกล่าวหาที่ต้องการให้ที่ประชุมกรรมการบริหารสมาคมลงมติ
ด้วยเสียงข้างมากขององค์ประชุมกรรมการบริหารในการรับข้อร้องเรียนดังกล่าว เพื่อนำเข้าสู่การ
พิจารณาลงมติถอดถอนด้วยมติพิเศษซึ่งต้องไม่น้อยกว่าสามในสี่ขององค์ประชุมกรรมการบริหารใน
กรณีที่กรรมการผู้นั้นถูกร้องเรียนและถูกลงมติว่าไม่ปฏิบัติตามข้อบังคับของสมาคมฯ หรือมติที่ประชุม
หรือไม่ปฏิบัติหน้าที่อันตนได้อาสาหรือได้รับมอบหมายโดยชอบ หรือมีพฤติการณ์ที่ไม่เหมาะสมอัน
เป็นที่เสื่อมเสีย หรือเป็นโทษต่อชื่อเสียงเกียรติคุณและผลประโยชน์ของสมาคมฯ ให้ถือว่ากรรมการผู้
นั้นพ้นจากตำแหน่ง และให้คณะกรรมการมีหน้าที่นำมติดังกล่าวไปจดทะเบียนต่อหน่วยราชการที่เกี่ยว
ข้องและมีผลนับตั้งแต่การลงมตินั้นเสร็จสิ้น
ข้อที่ 20 กรณีที่กรรมการพ้นจากตำแหน่งกรรมการก่อนครบกำหนดออกตามวาระ คณะกรรมการอาจตั้งสมาชิก
สามัญคนใดคนหนึ่งให้เป็นกรมการแทนได้ แต่กรรมการที่ได้รับแต่งตั้งแทนนี้ให้เป็นกรรมการอยู่ได้ตามวาระของ
ผู้ที่ตนแทน
กรณีคณะกรรมการพ้นจากตำแหน่งนั้นคณะก่อนครบกำหนดออกตามวาระ ให้คณะกรรมการซึ่งพ้น
จากตำแหน่งนั้นดำเนินการจัดประชุมใหญ่สมาชิก เพื่อเลือกตั้งคณะกรรมการชุดใหม่ในกรณีนี้ให้นำความในข้อ 25
มาใช้บังคับโดยอนุโลม
คณะกรรมการซึ่งแต่งตั้งได้รับเลือกตั้งตามวรรคก่อน อยู่ในตำแหน่งได้ตามวาระของกรรมการที่พ้นจากตำแหน่งไป
ข้อที่ 21 องค์ประชุมในการประชุมของคณะกรรมการ การประชุมของคณะกรรมการจะต้องมีกรรมการมาประชุม
ไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมดจึงจะนับว่าเป็นองค์ประชุม
ในกรณีที่มีจำนวนกรรมการในคณะกรรมการน้อยกว่าครึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมด กรรมการ
ที่เหลืออยู่ย่อมทำกิจการได้เฉพาะแต่ในเรื่องที่จะตั้งสมาชิกสามัญ คนใดคนหนึ่งหรือหลายคนเป็น กรรมการเพิ่มขึ้น
ให้ครบจำนวน หรือนัดเรียกประชุมใหญ่หรือกระทำกิจการอันสมควรทุกอย่างเพื่อปกป้องรักษา ประโยชน์ของ
สมาคมเท่านั้น
ข้อที่ 22 มติของที่ประชุมคณะกรรมการ ให้ถือเอาคะแนนเสียงข้างมาก กรรมการคนหนึ่งมีเสียงหนึ่งเสียงในการ
ลงคะแนน ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันให้ผู้เป็นประธานในที่ประชุมมีคะแนนอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด
ในกรณีที่ที่ประชุมคณะกรรมการลงมติอันเป็นการฝ่าฝืนกฎหมายและข้อบังคับนี้ให้ถือว่ามตินั้นใช้
บังคับมิได้
ข้อที่ 23 ประธานในที่ประชุม ให้นายกสมาคมเป็นประธานในที่ประชุม ถ้านายกสมาคมไม่อยู่หรือไม่อาจปฏิบัติ
หน้าที่ได้ให้ที่ประชุมเลือกอุปนายกผู้อาวุโสตามลำดับปฏิบัติหน้าที่แทน ถ้าทั้งนายกสมาคมและอุปนายกไม่อยู่ หรือ
ไม่อาจปฏิบิตหน้าที่ได้ ให้ที่ประชุมเลือกกรรมการคนใดคนหนึ่งเป็นประธานในที่ประชุมเฉพาะในการประชุมคราวนั้น
ข้อที่ 24 การประชุมคณะกรรมการ ให้มีการประชุมคณะกรรมการอย่างน้อยสามเดือนต่อครั้ง อนึ่งในกรณีจำเป็นนายก
สมาคมหรือกรรมการผู้ทำหน้าที่แทนหรือกรรมการรวมกันไม่น้อยกว่าห้าคน จะเรียกประชุมพิเศษขึ้นก็ได้
ข้อที่ 25 การเข้ารับหน้าที่ของคณะกรรมการ เมื่อมีการเลือกตั้งคณะกรรมการชุดใหม่ให้คณะกรรมการซึ่งพ้นจาก
ตำแหน่งยื่นจดทะเบียนคณะกรรมการชุดใหม่ต่อนายทะเบียนสมาคมการค้าประจำจังหวัดกรุงเทพมหานคร ภายใน
สามสิบวัน นับแต่วันเลือกตั้งและส่งมอบหน้าที่ให้คณะกรรมการชุดใหม่ภายในสามสิบวัน นับแต่วันที่นายทะเบียน
สมาคมการค้าฯ รับจดทะเบียน
ในกรณีที่นายทะเบียนสมาคมการค้าฯ ยังมิได้รับจดทะเบียนคณะกรรมการชุดใหม่และ คณะกรรมการ
ที่พ้นจากตำแหน่งยังมิได้ส่งมอบหน้าที่ตามวรรคแรก ให้คณะกรรมการที่พ้นจากตำแหน่งนั้น มีอำนาจหน้าที่บริหาร
กิจการของสมาคมฯ ต่อไปจนกว่านายทะเบียนการค้าจะรับจดทะเบียนคณะกรรมการชุดใหม่ และคณะกรรมการชุด
ใหม่นั้นเข้ารับหน้าที่แล้ว การรับมอบหน้าที่ให้กระทำเป็นลายลักษณ์อักษร
ข้อที่ 26 อำนาจและหน้าที่ของคณะกรรมการ มีดังนี้
.
.. (1) จัดดำเนินกิจการและทรัพย์สินของสมาคมฯ ให้เป็นไปตามข้อบังคับและมติของที่ประชุม
(2) เลือกตั้งกรรมการให้ดำรงตำแหน่งต่าง ๆ ในคณะกรรมการ
(3) วางระเบียบการในการปฏิบัติงานของสมาคมฯ ให้เป็นไปตามวัตถุที่ประสงค์
(4) ว่าจ้าง แต่งตั้ง และถอดถอน ที่ปรึกษาของคณะกรรมการ อนุกรรมการ เจ้าหน้าที่และพนักงาน
ทั้งปวงในการทำกิจการเฉพาะอย่างหรือพิจารณาเรื่องต่าง อันอยู่ในขอบเขตหน้าที่สมาคมฯ เพื่อให้
การดำเนินงานของสมาคมเป็นไปโดยเรียบร้อย ที่ปรึกษาของคณะกรรมการ และอนุกรรมการ
ดังกล่าว จะแต่งตั้งจากกรรมการหรือสมาชิกของสมาคมหรือบุคคลภายนอกก็ได้
(5) มีอำนาจในการกำหนดและแก้ไขเปลี่ยนแปลงมาตรฐานด้านจรรยาบรรณและวิธีพิจารณาข้อร้องเรียนจรรยาบรรณ โดยมติเสียงข้างมากไม่น้อยกว่าสามในสี่ขององค์ประชุมคณะกรรมการบริหารสมาคมฯ และประกาศบังคับใช้เป็นลายลักษณ์อักษร
(6) มีอำนาจในการแต่งตั้งอนุกรรมการจรรยาบรรณ โดยให้ดำรงตำแหน่งคราวละไม่เกิน 1 ปี เป็นจำนวน
5 ท่าน ด้วยมติเสียงข้างมากไม่น้อยกว่าสามในสี่ขององค์ประชุมคณะกรรมการบริหารสมาคม
รายละเอียดคุณสมบัติและวาระการดำรงตำแหน่ง การพ้นจากตำแหน่งให้เป็นไปตามประกาศของ
คณะกรรมการบริหาร
ข้อที่ 27 อำนาจหน้าที่กรรมการตำแหน่งต่าง ๆ มีดังนี้
. (1) นายกสมาคมฯ มีหน้าที่อำนวยการเพื่อให้การดำเนินการของสมาคมฯ เป็นไปตามข้อบังคับและ
ระเบียบการในการปฏิบัติของสมาคมฯ เป็นผู้แทนของสมาคมฯ ในกิจการอันเกี่ยวกับบุคคลภายนอก
และเป็นประธานในที่ประชุมคณะกรรมการตลอดจนในที่ประชุมใหญ่
(2) อุปนายก มีหน้าที่เป็นผู้ช่วยเหลือนายกสมาคมฯ ในกิจการทั้งปวงอันอยู่ในอำนาจหน้าที่ของนายก
สมาคมฯ และเป็นผู้ทำหน้าที่แทนนายกสมาคมฯ เมื่อนายกสมาคมฯ ไม่อยู่หรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้
(3) เลขาธิการ มีหน้าที่ทำการโต้ตอบหนังสือ เก็บรักษาเอกสารต่าง ๆ ของสมาคมฯ เป็นเลขานุการในที่ประชุมคณะกรรมการและที่คณะกรรมการจะได้รับมอบหมาย
(4) เหรัญญิก มีหน้าที่รักษาและจ่ายเงินของสมาคม ทำบัญชีและการเงินเก็บรักษาและจ่ายพัสดุของ
สมาคมฯ ตลอดจนปฏิบัติหน้าที่อื่น ๆ ตามที่คณะกรรมการจะได้มอบหมาย
(5) นายทะเบียน มีหน้าที่เกี่ยวกับการจัดทำทะเบียนสมาชิกและทะเบียนต่าง ๆ อันมิใช่ทะเบียนเกี่ยวกับ
การเงินของสมาคมตลอดจนปฏิบัติหน้าที่อื่น ๆ ตามที่คณะกรรมการจะได้รับมอบหมาย
(6) ปฏิคม มีหน้าที่รักษาสำนักงานของสมาคม รักษาความเรียบร้อยของสถานที่รักษาสมุดเยี่ยม
จัดสถานที่ประชุม ดูแลต้อนรับตลอดจนปฏิบัติหน้าที่อื่น ๆ ตามที่คณะกรรมการจะได้รับมอบหมาย
(7) ประชาสัมพันธ์ มีหน้าที่เกี่ยวกับการเชิญชวน หาสมาชิก โฆษณากิจการและผลงานด้านต่าง ๆ ของสมาคมฯ ตลอดจนปฏิบัติหน้าที่อื่น ๆ ตามที่คณะกรรมการจะได้มอบหมาย
ข้อที่ 28. ภายใต้บังคับแห่งความในหมวดนี้ ให้นำความในหมวด ที่ 7 การประชุมใหญ่มาใช้บังคับโดยอนุโลม
.

หมวดที่ 7 การประชุมใหญ
ข้อที่ 29 การประชุมใหญ่ ให้คณะกรรมการจัดให้มีการประชุมใหญ่สมาชิกอย่างน้อยทุกระยะเวลาสิบสองเดือน
การประชุมเช่นนี้เรียกว่าการประชุมใหญ่สามัญ
การประชุมใหญ่คราวอื่นนอกจากการประชุมใหญ่ตามวรรคก่อน เรียกว่าการประชุมใหญ่วิสามัญ
ข้อที่ 30 กำหนดการประชุมใหญ่
(1) ให้มีการประชุมใหญ่สามัญประจำปี ภายในกำหนดหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่วันที่สิ้นปีการบัญชี
ของสมาคมฯ เป็นประจำทุก ๆ ปี
(2) ถ้ามีเหตุใดเหตุหนึ่งซึ่งคณะกรรมการมีมติเห็นสมควร หรือสมาชิกไม่น้อยกว่าหนึ่งในสี่ของ
จำนวนสมาชิกทั้งหมดแสดงความจำนงโดยทำการร้องขอเป็นลายลักษณ์อักษรยื่นต่อเลขาธิการ
หรือกรรมการผู้ทำหน้าที่แทนเลขาธิการให้คณะกรรมการนัดประชุมใหญ่วิสามัญภายในกำหนด
สิบห้าวัน นับแต่วันที่ลงมติหรือวันที่ได้รับหนังสือ
ข้อที่ 31 การส่งหนังสือบอกกล่าวนัดประชุม คณะกรรมการจะต้องส่งหนังสือบอกกล่าวถึงวัน เวลา สถานที่ และ
ระเบียบวาระการประชุมใหญ่ไปให้สมาชิกทุกคนได้ทราบโดยส่งจดหมายทางไปรษณีย์ลงทะเบียน ณ ที่อยู่ใน
ทะเบียน หรือส่งให้ถึงตัวสมาชิกก่อนกำหนดวันประชุมใหญ่ไม่น้อยกว่าเจ็ดวัน
การจัดส่งหนังสือบอกกล่าวตามวรรคแรก ให้ส่งสำเนาบันทึกรายงานการประชุมใหญ่ ครั้งที่แล้ว (ถ้ามี)
ไปด้วย ในกรณีที่เป็นการนัดประชุมใหญ่สามัญประจำปีจะต้องแนบสำเนารายงานประจำปี และสำเนางบดุลรวม
ทั้งสำเนาบัญชีรายรับ – รายจ่าย ซึ่งผู้สอบบัญชีได้ตรวจสอบแล้วเพิ่มเติมไปด้วย
ข้อที่ 32 องค์ประชุมในการประชุมใหญ่ จะต้องมีสมาชิกสามัญมาประชุมไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิก
สามัญทั้งหมดจึงจะถือเป็นองค์ประชุม
ข้อที่ 33 กรณีการประชุมในครั้งแรกสมาชิกไม่ครบองค์ประชุม หากล่วงพ้นกำหนดเวลานัดไปแล้วหนึ่งชั่วโมงยัง
มีสมาชิกไม่ครบองค์ประชุม ถ้าการประชุมใหญ่คราวนั้นได้เรียกนัดเพราะสมาชิกร้องขอ ให้เลิกการประชุมใหญ่นั้น
ถ้ามิใช่เพราะสมาชิกร้องขอให้เลื่อนการประชุมและให้ทำการบอกกล่าวนัดประชุม วัน เวลา และสถานที่ประชุมใหญ่
คราวแรก ในการประชุมใหญ่คราวหลังนี้จะมีสมาชิกมามากน้อยเพียงใดก็ให้ถือ ว่าเป็นองค์ประชุม
ข้อที่ 34 ประธานในที่ประชุม ให้นายกสมาคมเป็นประธานในที่ประชุมใหญ่ถ้านายกสมาคมฯ ไม่อยู่หรือไม่อาจ
ปฏิบัติหน้าที่ได้ให้อุปนายกผู้มีอาวุโสตามลำดับหน้าที่แทน ถ้าทั้งนายกสมาคมฯ และอุปนายกไม่อยู่หรือไม่อาจปฏิบัติ
หน้าที่ได้ ให้ที่ประชุมใหญ่เลือกตั้งกรรมการคนหนึ่งคนใดขึ้นเป็นประธานในที่ประชุม ถ้าไม่มีกรรมการอยู่ในที่ประชุม
เลยก็ให้ที่ประชุมใหญ่เลือกตั้งสมาชิกคนหนึ่งคนใดขึ้นเป็นประธานในที่ประชุมเฉพาะการประชุมคราวนั้น
ข้อที่ 35 วิธีออกเสียงลงคะแนนในที่ประชุมใหญ่ สมาชิกสามัญเท่านั้นมีสิทธิออกเสียงลงคะแนนสมาชิกสามัญคน
หนึ่งมีคะแนนเสียงหนึ่งเสียง
ในการประชุมใหญ่ใด ๆ ข้อมติอันเสนอให้ลงคะแนน ให้ตัดสินด้วยวิธีชูมือหรือวิธีการอื่นใด อันเป็นการ
เปิดเผยว่าสมาชิกใดลงคะแนนเช่นไร เว้นแต่เมื่อก่อนหรือในเวลาที่แสดงผลแห่งการชูมือนั้นคณะกรรมการเห็นสมควร
หรือได้มีสมาชิกสามัญสอบคนเป็นอย่างน้อยติดใจร้องขอให้ลงคะแนนลับ
ข้อที่ 36 มติขอที่ประชุมใหญ่ นอกจากที่กล่าวไว้แล้วเป็นอย่างอื่นในข้อบังคับนี้ให้ถือเอาคะแนนเสียงข้างมากเป็น
มติของที่ประชุมใหญ่ ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันจะเป็นการชูมือก็ดี การลงคะแนนลับก็ดี หรือด้วยวิธีการอื่นใดก็ดี ให้ผู้
เป็นประธานในที่ประชุมมีคะแนนอีกเสียงหนึ่ง เป็นเสียงชี้ขาด
ข้อที่ 37 กิจการอันพึงกระทำในการประชุมใหญ่ มีดังนี้ :-
(1) รับรองรายงานการประชุมใหญ่คราวก่อน
(2) พิจารณารายงานประจำปี แสดงผลการดำเนินกิจการของสมาคมที่ผ่านมาในรอบปี (ถ้ามี)
(3) พิจารณาอนุมัติงบดุล (ถ้ามี)
(4) เลือกตั้งคณะกรรมการ (ในปีที่ครบวาระ)
(5) เลือกตั้งที่ปรึกษาของสมาคมฯ ประจำปีผู้สอบบัญชีของสมาคม ประจำปีและกำหนดค่าตอบแทน
(6) กิจการที่ต้องกระทำโดยอาศัยมติจากที่ประชุมใหญ่
ข้อที่ 38 กิจการอันพึงกระทำในการประชุมสมาชิกประจำเดือน ได้แก่ กิจการอันเกี่ยวกับการปฏิบัติธุรกิจทั่วไป
ของสมาคม นอกจากกิจการที่จำเป็นจะต้องกระทำโดยการประชุมใหญ่สามัญประจำปีหรือการประชุมใหญ่วิสามัญ
ข้อที่ 39 การจัดทำรายงานบันทึกการประชุม รายงานการประชุมคณะกรรมการประชุมใหญ่ การประชุมสมาชิกอื่น ๆ
และการประชุมอนุกรรมการ ให้จดบันทึกไว้ทุกครั้งและต้องเสนอต่อที่ประชุมเพื่อ รับรองในคราวที่มีการประชุมครั้ง
ต่อไป รายงานการประชุมที่ผ่านการรบรองแล้ว สมาชิกดูได้ในวันและเวลาทำการ
 

หมวดที่ 8 การเงิน เงินทุนพิเศษ และการบัญชีของสมาคม
ข้อที่ 40 วันสิ้นปีทางบัญชี ให้ถือเอาวันที่ 31 ธันวาคมของทุกปี เป็นวันสิ้นปีทางบัญชีของสมาคมตัวแทนและนายหน้า
อสังหาริมทรัพย์
ข้อที่ 41 การจัดทำงบดุล ให้คณะกรรมการจัดทำงบดุลที่เป็นอยู่ ณ วันสิ้นปีทางบัญชีนั้นแล้วส่งให้ผู้สอบบัญชี
ไม่เกินเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี และผู้สอบบัญชีจะต้องตรวจสอบให้แล้วเสร็จก่อนวันประชุมใหญ่ประจำปีไม่น้อย
กว่าสามสิบวัน
งบดุลซึ่งผู้สอบบัญชีได้รับรองแล้ว คณะกรรมการต้องดำเนินการเสนอต่อที่ประชุมใหญ่สามัญ เพื่อ
พิจารณาอนุมัติภายในหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่วันสิ้นปีทางบัญชี
เมื่อเสนองบดุลให้คณะกรรมการเสนอรายงานประจำปีแสดงผลการดำเนินงานของสมาคมต่อที่ประชุมใหญ่ด้วย
ให้สมาคมฯ ส่งสำเนารายงานประจำปีแสดงผลการดำเนินงานของสมาคมฯ กับงบดุลไปยังนายทะเบียน
สมาคมการค้าประจำจังหวัดกรุงเทพมหานคร ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่มีการประชุมใหญ่
อนึ่งให้เก็บรักษารายงานประจำปีแสดงผลการดำเนินงานของสมาคมกับงบดุลไว้ที่ สำนักงานของสมาคม
เพื่อให้สมาชิกขอตรวจดูได้
ข้อที่ 42 อำนาจของผู้สอบบัญชี ผู้สอบบัญชีมีอำนาจเข้าตรวจสอบสรรพสมุดบัญชีและบรรดาเอกสารเกี่ยวกับการเงิน
ของสมาคม และมีสิทธิสอบถามกรรมการตลอดจนเจ้าหน้าที่ของสมาคมทุกคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับบัญชี และเอกสาร
ดังกล่าว ในการนี้กรรมการและเจ้าหน้าที่จะต้องช่วยเหลือ และให้ความสะดวกทุกประการเพื่อการสอบเช่นว่านั้น
ข้อที่ 43 การเก็บรักษาสมุดบัญชีและเอกสารการเงิน จะต้องเก็บรักษาไว้ ณ สำนักงานของสมาคมฯ และให้อยู่ใน
ความดูแลรับผิดชอบของเหรัญญิก
ข้อที่ 44. การเงินของสมาคม เงินสดของสมาคมจะต้องนำฝากไว้ ณ ธนาคารพาณิชย์แห่งใดแห่งหนึ่ง ซึ่งตั้งอยู่ใน
เขตท้องที่จังหวัดซึ่งสมาคมนี้ตั้งอยู่ ในนามของสมาคมโดยความเห็นชอบของที่ประชุมใหญ่
ให้มีเงินทดรองจ่ายเกี่ยวกับกิจการของสมาคมไม่เกินวงเงิน ( 5,000 ) บาท ( ห้าพันบาทถ้วน ) ในการนี้เหรัญญิกเป็นผู้รับผิดชอบและเก็บรักษาตัวเงิน
การฝากและการถอนเงินจากธนาคาร ให้อยู่ในอำนาจของนายกสมาคมหรืออุปนายกหรือกรรมการคนใดคนหนึ่ง โดยมติของที่ประชุมคณะกรรมการลงนามร่วมกับเหรัญญิก
ข้อที่ 45 การจ่ายเงินของสมาคม ให้นายกสมาคม อุปนายก หรือเลขาธิการคนใดคนหนึ่งมีอำนาจสั่งจ่ายเงินเกี่ยว
กับกิจการของสมาคมได้ครั้งละไม่เกิน ( 10,000 ) บาท ( หนึ่งหมื่นบาทถ้วน )
ในการจ่ายเงินครั้งละเกินกว่า ( 10,000 ) บาท (หนึ่งหมื่นบาท) ให้กระทำโดยมติจากที่ประชุมคณะกรรมการทุกครั้งไป
ข้อที่ 46 เงินทุนพิเศษ สมาคมอาจหาเงินทุนพิเศษเพื่อมาดำเนินกิจการและส่งเสริมความก้าวหน้าของสมาคมได้ โดย
การเชื้อเชิญบุคคลภายนอกและสมาชิกร่วมกันบริจาคหรือกระทำการอื่นใดตามที่ คณะกรรมการเห็นสมควรและไม่
ขัดต่อกฎหมาย
.

หมวดที่ 9 การแก้ไขข้อบังคับ การเลิกสมาคม และการชำระบัญชี
ข้อที่ 47 การแก้ไขเปลี่ยนแปลงตัดทอนหรือเพิ่มเติมข้อบังคับ จะกระทำได้แต่โดยมติของที่ประชุมใหญ่ ซึ่งมีคะแนน
เสียงไม่น้อยกว่าสองในสามของจำนวนสมาชิกสามัญที่มาประชุมทั้งหมด
ข้อที่ 48 . การเลิกสมาคม สมาคมนี้อาจเลิกได้ด้วยเหตุหนึ่งเหตุใดดังต่อไปน
 
.. (1) เมื่อมีประชุมใหญ่ลงมติให้เลิกด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสามในสี่ของจำนวนสมาชิกสามัญที่มา
ประชุมทั้งหมด
(2) เมื่อล้มละลาย
(3) เมื่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์สั่งให้เลิกตามมาตรา 36 แห่งพระราชบัญญัติสมาคมการค้า
พ.ศ. 2509
ข้อที่ 49 การชำระบัญชี เมื่อสมาคมนี้ต้องเลิกไปเพราะเหตุหนึ่งเหตุใดดังกล่าวใน ข้อ 48 การชำระบัญชีของ
สมาคมให้นำบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติสมาคมการค้า พ.ศ. 2509 มาใช้บังคับ
ในกรณีที่สมาคมฯ ต้องเลิกไปตามข้อ 48 (1) ให้ที่ประชุมใหญ่คราวนั้นลงมติเลือกตั้งกำหนดตัวผู้ชำระ
บัญชีเสียด้วย และหากต้องเลิกไปตามข้อ 48 (3) ให้กรรมการทุกคนในคณะกรรมการชุดสุดท้ายที่ได้จดทะเบียนเป็น
กรรมการต่อนายทะเบียนสมาคมการค้าประจำจังหวัด กรุงเทพมหานคร เป็นผู้ชำระบัญชี
หากมีทรัพย์สินของสมาคมฯ เหลือจากการชำระบัญชีให้ยกให้แก่นิติบุคคลในประเทศไทยที่มีวัตถุประสงค์
เกี่ยวกับการกุศลสาธารณะแห่งหนึ่งแห่งใด หรือหลายแห่งตามมติของที่ประชุมใหญ่
ข้อที่ 50 เมื่อนายทะเบียนสมาคมการค้าประจำจังหวัด กรุงเทพมหานคร อนุญาตให้จัดตั้งเป็นสมาคมฯ แล้วให้ผู้เริ่ม
ก่อการจัดตั้งทุกคนทำหน้าที่คณะกรรมการ (ชั่วคราว) จนกว่าจะได้มีการเลือกตั้ง คณะกรรมการ ตามข้อบังคับนี้
ซึ่งจะต้องจัดให้มีขึ้นภายในกำหนดเวลาหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่วันที่ได้รับอนุญาตให้จัดตั้งเป็นสมาคมฯ แล้ว
ภายใต้บังคับแห่งความในวรรคแรก กรณีที่มีการประชุมใหญ่เลือกตั้ง คณะกรรมการชุดแรกในช่วงเวลา
น้อยว่าสามเดือน นับแต่วันสิ้นปีทางบัญชีของสมาคม ให้ถือเอาวันสิ้นปีทางบัญชีของสมาคมเป็นวันตั้งต้นคำนวณ
วาระกรรมการตามข้อ 18 วรรคสี่
ข้อที่ 51 ให้สมาชิกสามัญของชมรมตัวแทนการค้าอสังหาริมทรัพย์แห่งประเทศไทย ทุกคนเป็นสมาชิกสามัญ และสมาชิกของชมรมแต่ละประเภทเป็นสมาชิกตามประเภทนั้น ๆ
ข้อที่ 52 ให้ใช้ข้อบังคับนี้ ตั้งแต่วันที่นายทะเบียนสมาคมการค้าประจำจังหวัด กรุงเทพมหานคร ได้อนุญาตให้จัดตั้ง
เป็นสมาคมเป็นต้นไป